http://www.familyweekend.co.th
สร้างเว็บไซต์Engine by iGetWeb.com

 หน้าแรก

 บทความ

 ใบสั่งซื้อสินค้า/วิธีการชำระเงิน

 เว็บบอร์ด

 ติดต่อเรา

 เกี่ยวกับเรา

สถิติ

เปิดเว็บ17/09/2009
อัพเดท08/10/2018
ผู้เข้าชม1,675,496
เปิดเพจ2,449,896
สินค้าทั้งหมด85

ปฎิทิน

« January 2020»
SMTWTFS
   1234
567891011
12131415161718
19202122232425
262728293031 

ภาพนี้ไม่เหมาะสมสำหรับเด็ก....จริงหรือ

 

                                                ภาพนี้ไม่เหมาะสำหรับเด็ก...จริงหรือ?

คุณหมอฮะ...มีบางคนสงสัยว่าภาพที่คนถูกเกี่ยวคอเสื้อไปแขวนอย่างภาพนี้ ไม่เหมาะสมที่จะให้เด็กดู ไม่เหมาะจริงหรือเปล่าฮะ  และความรุนแรงในสื่อแค่ไหนที่เกินขอบเขตที่เด็กจะรับได้ มีบางคนก็บอกว่า การ์ตูนอย่างทอมกับเจอร์รี่ที่ทุบหัวกันทุกตอนนั้น หากเด็กดูไปจะรับเอาตัวอย่างความรุนแรงที่เห็น ในมุมมองของคุณหมอมีความเห็นอย่างไรฮะ   

                                                 

                 เรื่องเราควรระมัดระวังภาพที่ไม่น่าดูสำหรับเด็กๆ มากน้อยแค่ไหนนั้น เป็นเรื่องที่ก่อปัญหามากในประเทศของเรา    และเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เด็กๆของเราไม่ฉลาดเท่าเด็กๆ ของประเทศอื่น   เพราะเรามักใช้วิธี "ห้าม" เป็นวิธีแรกในการจัดการภาพไม่สวยงามเสมอๆ  ห้ามดู ห้ามมอง ห้ามได้ยิน  ซึ่งก็จะตามมาด้วย "ห้ามคิด" ทุกครั้งไป   แต่เรามักไม่ใช้  ไม่ฝึกใช้ ไม่พยายามใช้ หรือไม่แม้แต่จะคิดที่จะใช้วิธี "ติดอาวุธทางปัญญา" ให้แก่เด็กๆ  เรื่องนี้สะท้อนวัฒนธรรมนิยมใช้อำนาจในบ้านเราอย่างชัดเจนที่สุดเรื่องหนึ่ง

                เมื่อเด็กเห็นภาพไม่สวยงาม   เรื่องที่เราควรทำคือชวนเด็กคุยว่าเขารู้สึกอย่างไร  อย่าลืมว่างานศิลปะที่ดีคืองานที่ทำให้เรารู้สึกอะไรบางอย่าง   โดยที่งานชิ้นนั้นไม่จำเป็นต้องสวยเสมอไป    ถ้าเด็กสามารถบรรยายความรู้สึกได้ว่าเป็นอย่างไร เช่น สวย ไม่สวย งดงาม ไม่งดงาม สุดยอด ไม่ได้เรื่อง หรือแม้กระทั่งน่ากลัว  เราก็จะได้ชวนคุยต่อได้อีกว่าแล้วอย่างไร  ไม่ได้เรื่องอย่างไร  หรือน่ากลัวอย่างไร

                จากนั้นจึงชวนให้เด็กเห็นภาพรวมหรือบริบททั้งหมด  เช่น ภาพที่เห็นนี้เป็นส่วนหนึ่งของภาพรวมทั้งหมดอย่างไร  สามารถรับใช้วัตถุประสงค์ของภาพรวมทั้งหมดได้มากน้อยเพียงไร  เราสามารถถามเด็กได้ด้วยว่าถ้าลองเอาภาพน่ากลัวนี้ออกไปคิดว่าส่วนที่เหลือทั้งหมดยังจะดีและงามอยู่หรือเปล่า  ผู้สร้างสรรค์งานยังสามารถตอบโจทย์ที่ต้องการได้หรือเปล่า อาจจะถามอีกก็ยังได้ว่าลองทิ้งภาพนี้ไว้แล้วปล่อยเบลอ หรือปล่อยมัวเฉพาะบางส่วนแบบที่เราชอบทำกับภาพบางภาพในโทรทัศน์แล้วเด็กๆ จะรู้สึกอย่างไร

                จะเห็นว่าทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของกระบวนการ  มิใช่เรื่องภาพนั้นดีหรือไม่ดี งามหรือไม่งาม น่ากลัวหรือไม่น่ากลัว  แต่เราสามารถใช้ทุกเรื่องในสังคมมาทำกระบวนการให้เด็กของเราฉลาดขึ้น  นี่คือส่วนหนึ่งของสิ่งที่เรียกว่าการติดอาวุธทางปัญญาให้แก่เด็กๆ  แต่ถ้าเราเลือกที่จะห้ามดู ริบขึ้น เซ็นเซอร์ สั่งปิด ห้ามสร้างงานประเภทนี้ นั่นเท่ากับเราริบเอาสติปัญญาของเด็กๆ บ้านเราไปด้วยกัน

                การเสพงานศิลปะเป็นเรื่องต้องฝึก  ต้องเรียนรู้  มีคนชี้แนะ  มีวงสนทนา  จึงจะได้รับสุนทรียะ คือ aesthetics การเสพงานศิลปะเสมอๆทำให้สมองซีกขวามีพัฒนาการที่ดี  ทำให้เป็นคนที่จัดการกับอารมณ์ของตนเองได้ดี  ดังที่เรียกว่า EQ ดี   การไม่อนุญาตให้สมองซีกขวาทำงานเลยไม่เพียงทำให้ EQ ไม่ดี  ยังทำให้สติปัญญาหรือ IQ ลดน้อยถอยลงด้วย

                เรื่องการ์ตูนทอมกับเจอร์รีเป็นตัวอย่างที่ดี    เด็กๆ จะซึมซับประเด็นอะไรจากหนังการ์ตูนเรื่องนี้กันแน่   เช่น  คนตัวเล็กไม่จำเป็นต้องยอมคนตัวใหญ่เสมอไป   คนฉลาดย่อมเอาชนะคนโง่ที่ชอบใช้กำลังได้  หรือว่าเด็กๆจะเลือกเลียนแบบเพียงแค่ฉากเดียวโดดๆ ดังเช่น เจอร์รีกระทำรุนแรงต่อทอม เป็นต้น   การที่เด็กเลือกจะเสพอะไร  เก็บประเด็นอะไร  หรือเลียนแบบอะไร ขึ้นกับกระบวนการมากกว่าที่จะขึ้นกับเนื้อหา  เช่น  ถ้าปล่อยให้ลูกดูทอมกับเจอร์รีโดยไม่มีพ่อแม่นั่งใกล้ๆ  ก็เป็นไปได้ว่าเด็กจะเลือกอะไรไปแบบหนึ่ง  ถ้าพ่อแม่นั่งอยู่ใกล้ๆลูกขณะที่ลูกดูทอมกับเจอร์รีอยู่ก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง  ถ้าพ่อแม่นั่งดูกับลูกและช่วยวิพากษ์วิจารณ์ก็จะเป็นอีกแบบหนึ่ง

                การปิดหูปิดตาเด็กเท่ากับไม่ยอมให้สมองเด็กพัฒนาเลย   ไม่สามารถเสพศิลปะให้มีสุนทรียะ  การไม่ปิดหูปิดตาเด็กและจัดกระบวนการพูดคุยหรือกระบวนการเรียนรู้ที่เหมาะสม ไม่เพียงช่วยพัฒนาสมองเด็กให้มีสุนทรียะ   แต่ยังเป็นการติดอาวุธทางปัญญาให้แก่เด็กๆด้วย

                โลกมนุษย์ยังมีเรื่องโหดร้ายรอลูกๆ อีกมาก   การติดอาวุธทางปัญญาให้แก่เด็กสำคัญที่สุดครับ.

นายแพทย์ประเสริฐ  ผลิตผลการพิมพ์   
จิตแพทย์เด็กและวัยรุ่น  โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์

ความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

* *

 

*

view
view